Tag Archives: อาหาร

จากบทความที่แล้วเราได้แนะนำวิธีการดัดแปลงอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวานไปแล้วนะคะ วันนี้ทางเพจของเราก็จะนำเสนอ วิธีการทำอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวานกันค่ะ โดยเมนูอาหารแรกที่เราจะนำเสนอกันคือ แกงเขียวหวานค่ะ
ส่วนผสม
1.เนื้ออกไก่ (ไร้มัน ไม่มีหนัง) 45 กรัม
2.น้ำพริกแกงเขียวหวาน 1 ช้อนชา
3.น้ำมันรำข้าว 2 ช้อนชา
4.ผัก (ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ มะเขือพวง) ½ ถ้วย
5.นมพร่องมันเนย 1/3 กล่อง (ใช้แทนกะทิ)
6.พริกชี้ฟ้า ใบโหระพา
7.น้ำปลา 2 ช้อนชา
8.น้ำ ¼ ถ้วยตวง
9.น้ำตาลเทียม 1 ซอง (ใช้ปรับรสชาติหวาน)
วิธีทำ
1.ผัดพริกแกงกับน้ำมันจนหอม จึงใส่เนื้อไก่ที่หันเตรียมไว้ และผัก ใส่น้ำปลา
2.เติมน้ำลงไป ใช้ไฟปานกลาง รอจนไก่ และผักสุกจนทั่ว
3.เติมพริกชี้ฟ้าและนม คนให้เข้ากัน พอนมใกล้เดือด ปรุงรสหวานด้วยน้ำตาลเทียม ใส่ใบโหระพาแล้วยกลง
ปริมาณสารอาหารที่ได้ 1 จาน
ได้สูตรอาหารแล้ว นำไปลองทำตามกันได้นะคะ ทุกคน ทำแล้วเป็นอย่างไรลองมาบอกกันนะคะ หรือใครมีสูตรดีๆอยากจะแชร์ ลองเข้ามาแชร์กันนะคะ
นักกำหนดอาหารบทความโดย คุณศรีธนภร จิตสอาดกุล (เพชร)
นักกำหนดอาหารวิชาชีพ ให้บริการคำปรึกษาด้านอาหารและโภชนาการผ่านแอปพลิเคชั่น Diamate
สอบถามเพิ่มเติมในการจัดอบรมลดความเสี่ยงโรคเบาหวานหรือโรคอ้วนสำหรับพนักงานหรือผู้บริหารได้ที่ info@diamate.co

Tags: , ,

หลักการเลือกรับประทานอาหารของผู้ป่วยโรคเบาหวานตามหลักโภชนาการดังที่กล่าวในบทความก่อนหน้านี้ จะเน้นคุมปริมาณแคลอรีที่รับประทาน และเน้นให้บริโภคผัก ธัญพืชไม่ขัดสี ผลไม้ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และยังต้องควบคุมปริมาณน้ำตาลที่ใส่ในอาหารอีกด้วย โดยตามหลักแล้ว สามารถเติมน้ำตาลได้ไม่เกิน 4 ช้อนชาต่อวัน ดังนั้นถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่จะต้องปรุงอาหารให้กับผู้ป่วยเบาหวาน เราจะสามารถทำอย่างไรได้บ้าง ให้มีความเหมาะสมกับผู้ป่วยเบาหวานจริงๆ
สิ่งแรกที่เรายังคงยึดเป็นหลักคือ การควบคุมแคลอรี สิ่งที่เราทำได้คือ คุมแคลอรีในมื้ออาหารให้มีความเหมาะสมกับผู้ป่วยโรคเบาหวานจริงๆ ซึ่งในแต่ละมื้ออาจจะโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-500 กิโลแคลอรี (คิดจากพลังงาน 1,200-1,500 กิโลแคลอรี) แต่นอกจากแคลอรีจะเหมาะสม สัดส่วนปริมาณสารอาหารก็ควรจะมีความเหมาะสมด้วยเช่นกัน
ตามหลักแล้ว สารอาหารที่ผู้ป่วยเบาหวานจำเป็นต้องดูแลใส่ใจมากกว่าปกติคือ คาร์โบไฮเดรต เพราะสารอาหารชนิดนี้เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะถูกย่อยเป็นน้ำตาลและถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดจึงมีผลต่อการขึ้นของระดับน้ำตาลในกระแสเลือด แล้วคาร์โบไฮเดรตพบได้ที่ไหน อาหารหลักที่จะพบคาร์โบไฮเดรตคือ อาหารกลุ่มข้าว แป้ง ซึ่งจะพบในข้าว ข้าวไม่ขัดสี เส้นก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง เผือก มัน ฟักทอง แป้งต่างๆที่ใช้ในการประกอบอาหาร ได้แก่ แป้งมัน แป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้า อาหารกลุ่มต่อมาที่พบคาร์โบไฮเดรตคือผลไม้ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น ส้ม สับปะรด แอปเปิ้ล ฝรั่ง และ นมทุกชนิด ดังนั้นการปรุงประกอบอาหารเหล่านี้จะต้องมีความระมัดระวังในเรื่องของปริมาณเป็นอย่างยิ่ง
ในเมื่อผู้ป่วยเบาหวานต้องควบคุมข้าวแป้ง ผลไม้ และนม อาจทำให้ผู้ป่วยเบาหวานไม่อิ่มได้ ดังนั้นเราสามารถเพิ่มเมนูอาหารในกลุ่มผักแทนได้ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผัก ผักต้ม ผัดผัก ต้มผัก ผักสด ได้หมด เนื่องจากผักแทบจะไม่มีแคลอรีและสามารถเพิ่มปริมาณเนื้อสัตว์ได้ โดยเลือกใช้เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน อย่างเนื้อปลา อกไก่ หมูสันนอก แทนได้ เพื่อเพิ่มความอิ่มได้อีกด้วย
สำหรับการปรุงแต่งรสชาติอาหารให้กับผู้ป่วยเบาหวาน จะแนะนำให้อ่อนหวาน อ่อนมัน อ่อนเค็ม ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้
1. เน้นลดเครื่องปรุงรส อย่าง ซีอิ๊วขาว น้ำปลา เกลือ ถ้าจะใช้เกลือ 1 วันก็ไม่ควรเกิน 1 ช้อนชาต่อวัน ถ้าจะใช้ซีอิ๊วขาว ไม่ควรเกิน 3 ช้อนชาต่อวันและควรหลีกเลี่ยงการใช้ผงชูรส ผงปรุงรส เนื่องจากมีโซเดียมสูง
2. การปรุงแต่งรสหวาน ควรงดและคุมการใช้น้ำตาลทราย โดยใน 1 วันไม่ควรใช้น้ำตาลทรายเกิน 6 ช้อนชาต่อวัน แต่เรามีทางเลือกให้กับผู้ป่วยเบาหวาน ถ้าจะปรุงแต่งรสหวาน อาจเลือกใช้น้ำตาลเทียมแทนได้ อย่าง ซูคราโลส แอสปาแทม สารสกัดจากหญ้าหวาน แต่บางคนอาจกังวลเรื่องการใช้น้ำตาลเทียม แต่จากงานวิจัยพบว่า หากใช้น้ำตาลเทียมในปริมาณที่กำหนด จะไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายกับมนุษย์ ซึ่งพบว่าหากเราใช้ในปริมาณ 1-2 ซองต่อวันก็ไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายมนุษย์
3. การทำแกงกะทิ ผู้ป่วยเบาหวานมักมีภาวะไขมันในเลือดสูงร่วมด้วย ดังนั้นการเลือกรับประทานแกงกะทิอาจจะไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน แต่ถ้าหากอยากรับประทานและปรุงเองได้ แนะนำให้ใช้ นมสดพร่องมันเนยหรือกะทิธัญพืชมาเป็นทางเลือกในการปรุงอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
ใครที่ต้องปรุงอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน บทความนี้อาจเป็นช่วยแนะนำวิธีการเลือก ปรุงอาหารที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยเบาหวานได้ บทความต่อไปจะมีตัวอย่างเมนูอาหาร สำหรับผู้ป่วยเบาหวานมานำเสนอกับทุกท่านกันค่ะ
Reference : 1. แนวเวชปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ปี 2560
2.หนังสืออิ่มอร่อย ได้สุขภาพ สไตล์เบาหวาน สำนักโภชนาการ
นักกำหนดอาหารบทความโดย คุณศรีธนภร จิตสอาดกุล (เพชร)
นักกำหนดอาหารวิชาชีพ ให้บริการคำปรึกษาด้านอาหารและโภชนาการผ่านแอปพลิเคชั่น Diamate
สอบถามเพิ่มเติมในการจัดอบรมลดความเสี่ยงโรคเบาหวานหรือโรคอ้วนสำหรับพนักงานหรือผู้บริหารได้ที่ info@diamate.co

Tags: ,

สำหรับผู้ที่เสี่ยงเป็นเบาหวานหรือผู้ที่เป็นเบาหวาน ในความเป็นจริงแล้วคุณมีวิธีในการเลือกอาหารหรือจัดจานอาหารของคุณได้อย่างง่ายดายให้เหมาะสมกับชีวิตประจำวัน เพื่อให้อาหารที่คุณเลือกรับประทานเป็นอาหารที่เหมาะสมกับสภาวะโรคที่คุณเป็น โดยใช้คอนเซปสั้นๆที่ว่า แบ่งจานอาหารเป็น 2 ส่วน แล้วจัดเป็น “ผักครึ่งนึง อย่างอื่นครึ่งนึง” เพียงเท่านี้คุณก็จะได้อาหารที่ทานง่ายๆ และเป็นอาหารเพื่อสุขภาพอีกด้วย

โดยรายละเอียดของปริมาณและชนดของสารอาหารเป็นดังนี้
1)ข้าวแป้ง จำกัดปริมาณการกินและเน้นเป็นชนิดไม่ขัดสี โดยรับประทานในปริมาณ 1 ส่วนของจาน
2) ผัก ให้เน้นเป็นผักใบเขียว ผักหลากสีสัน ไม่เอาผักหัว เลือกใช้วิธีการปรุงเป็น ต้ม ผัด นึ่ง เพื่อสุขภาพ สามารถรับประทานได้มากที่สุด ถึง 2 ส่วนของจาน
3)เนื้อสัตว์ เน้นเนื้อสัตว์สีขาวอย่างปลา หรือ ไก่ ที่ไม่ติดมัน โดยรับประทานในปริมาณ 1 ส่วนของจาน
4)ผลไม้ ควรรับประทานผลไม้หวานน้อย เช่น แอปเปิ้ล ฝรั่ง ชมพู่ สาลี่ ในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะผลไม้ก็ยังมีส่วนประกอบของน้ำตาล และไม่ควรรับประทานผลไม้ในรูปของน้ำผลไม้ เพราะจะไม่ได้กากใยอาหารและได้น้ำตาลค่อนข้างเยอะ
5) นม หากรับประทานนมควรเลือกเป็น นมจืดไขมันต่ำหรือนมจืดพร่องมันเนย ประมาณ 1 แก้ว
วิธีการปรุงอาหาร ที่แนะนำให้ใช้ในการประกอบอาหาร ควรจะเป็น การต้ม ผัด นึ่ง แทนการทอดด้วยน้ำมันท่วม
ตัวอย่างอาหารในชีวิตประจำวันที่อาจทำให้ง่ายต่อการเลือกรับประทาน เช่น ข้าวคลุกกะปิ, ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ ข้าวราดแกง อาจกำหนดให้มีผัก 1 อย่างและอีกชนิด 1 อย่าง เช่นแกงจืดและผัดผัก, บวบผัดไข่และไข่ต้ม
นักกำหนดอาหารบทความโดย คุณศรีธนภร จิตสอาดกุล (เพชร)
นักกำหนดอาหารวิชาชีพ ให้บริการคำปรึกษาด้านอาหารและโภชนาการผ่านแอปพลิเคชั่น Diamate
สอบถามเพิ่มเติมในการจัดอบรมลดความเสี่ยงโรคเบาหวานหรือโรคอ้วนสำหรับพนักงานหรือผู้บริหารได้ที่ info@diamate.co

Tags: ,

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เป็นเบาหวานหรือต้องดูแลผู้ป่วยเบาหวาน การดูแลเรื่อง อาหารถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการช่วยดูแลรักษาผู้ป่วยเบาหวานให้ดีขึ้น
แต่ในปัจจุบันพบว่าผู้ป่วยเบาหวานหลายๆคนก็ยังไม่เห็นความสำคัญของอาหาร ยังคงใช้ชีวิตตามใจ ไม่เลือกรับประทานอาหาร โดยบางคนก็ให้เหตุผลว่า ห้ามกินนู่นนี่ ทำไม่ได้ แต่ใครจะรู้ว่าจากงานวิจัยจำนวนมากพบว่า การควบคุมดูแลอาหารสามารถช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีและลดอาการแทรกซ้อนที่อาจจะจะเกิดขึ้นจากโรคเบาหวานได้ ช่วยลดปริมาณยาที่ต้องรับประทานได้ลดลงอีกด้วย ดังนั้นวันนี้เราอยากทำให้การเลือกรับประทานอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวานเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน โดยใช้หลักการโดยหลักการก็จะคล้ายๆอาหารสุขภาพดีทั่วๆไป ซึ่งหลักการให้จำง่ายดังนี้
1. คุม คำว่าคุมในที่นี่คือคุมน้ำหนักไม่ให้น้ำหนักขึ้น แต่ถ้ามีภาวะอ้วนให้ลดน้ำหนักก่อน ซึ่งการคุมน้ำหนักหนือลดน้ำหนัก สิ่งที่สำคัญและจำเป็นคือควบคุมพลังงานที่ได้รับจากอาหาร ซึ่งในแต่ละบุคคลจะมีความต้องการได้รับพลังงานที่ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับน้ำหนักและกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน ถ้าเป็นผู้หญิงโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1,600 กิโลแคลอรี่ ส่วนผู้ชายเฉลี่ยอยู่ที่ 2,000 กิโลแคลอรี่ ซึ่งยังจำเป็นต้องควบคุมสัดส่วนอาหารให้เหมาะสมโดยอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต 50-55% ,ไขมัน 30-35% และโปรตีน 15-20% ของพลังงานที่ควรจะได้รับ
2. ลดหรือจำกัด โดย ลดการรับประทานคาร์โบไฮเดรต เช่นลดการรับประทานข้าว-แป้ง ซึ่งควรรับประทานข้าวไม่ควรต่ำกว่าวันละ 4-6 ทัพพี และลดการเติมน้ำตาลทรายในอาหาร จำกัดไม่เกินวันละ 4 ช้อนชา แบ่งการใช้ออกเป็นวันละ 2-3 ครั้ง และ ลดขนมหวาน เบเกอรี่ และเครื่องดื่มน้ำตาลสูง แต่ถ้าหากต้องการรสหวานบ้างแนะนำให้ใช้ น้ำตาลเทียม นอกจากนี้ พบว่า ผู้ป่วยเบาหวานมักมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้นผู้ป่วยเหล่านี้ จึงควรจำกัดการรับประทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูงเช่น ไขมันจากสัตว์ เนื้อสัตว์ติดมัน เครื่องในสัตว์ กุ้ง ปลาหมึก รวมทั้งไขมันอิ่มตัว เช่นกะทิ น้ำมันปาล์ม ขนมอบกรอบ เบเกอรี่ ด้วยเช่นกัน ส่วนกลุ่มโปรตีน ลดอย่างเดียวคือ ลดการรับประทานเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น กุนเชียง ไส้กรอก โบโลน่า
3. เพิ่ม หลายคนคงอาจจะสงสัยผู้ป่วยเบาหวานรับประทานเพิ่มได้ด้วยหรอ คำตอบง่ายๆคือ เพิ่มการรับประทานกากใยอาหาร โดยควรรับประทานผักให้ได้อย่างน้อย 3-5 ทัพพี และ ผลไม้ประมาณ 2-3 จานเล็ก เน้นให้เป็นผลไม้หวานน้อยและต้องจำเป็นจะต้องคุมปริมาณการรับประทาน เช่น แอปเปิ้ล ฝรั่ง ชมพู่ สาลี่ และเพิ่มธัญพืชไม่ขัดสีหรือขัดสีน้อย เช่น ถั่ว ข้าวโอ๊ต หรือ ข้าวกล้อง
หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้ถึงกับส่ายหน้าบอกไม่ไหว ทำไมถึงห้ามนู่นนี่เยอะขนาดนี้ ซึ่งต้องขอบอกว่ามันเป็นเรื่องจริง ที่ผู้ป่วยเบาหวานพูดเหมือนกันหมดว่าปฏิบัติได้ยากจริงๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ ซึ่งจากการศึกษามาพบว่า ถ้าสามารถควบคุมอาหารหรือดูแลเรื่องอาหารนั้นสามารถทำให้ลดน้ำตาลสะสมลงได้ 0.5-2% ซึ่งสามารถลดได้ใกล้เคียงกับการรับประทานยา ดังนั้นความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น โดยส่วนตัวขอแนะนำว่าควรเริ่มต้นจากสิ่งง่ายๆก่อน ค่อยๆลด หรือเพิ่มบางอย่างเข้าไปในอาหาร เช่น ลดข้าวลงครึ่งนึง ลองหันมารับประทานข้าวกล้อง หากชอบดื่มกาแฟ ชาเขียว น้ำอัดลมก็ลองลดการดื่ม หรือเพิ่มการรับประทานผัก ผลไม้มากขึ้น ถ้าจะรับประทานผักแต่อาหารไม่ค่อยมีผัก ก็อาจจะเป็นแกงจืด ผัดผักก็ได้ ดังนั้นพบว่าใครๆก็ทำได้ค่ะ ไม่ยากเกินความสามารถของคนไทยยุคใหม่ ที่เริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น
นักกำหนดอาหารบทความโดย คุณศรีธนภร จิตสอาดกุล (เพชร)
นักกำหนดอาหารวิชาชีพ ให้บริการคำปรึกษาด้านอาหารและโภชนาการผ่านแอปพลิเคชั่น Diamate
สอบถามเพิ่มเติมในการจัดอบรมลดความเสี่ยงโรคเบาหวานหรือโรคอ้วนสำหรับพนักงานหรือผู้บริหารได้ที่ info@diamate.co

Tags: ,