รู้หรือไม่หากเป็นเบาหวานนานๆ อาจมีโรคตามมาได้

ปัจจุบันพบว่า มีจำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานได้เพิ่มมากขึ้นทุกปี เนื่องจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปและพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่ดี โดย ณ ปัจจุบันพบว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานจำนวนมากยังควบคุมดูแลตัวเองได้ไม่ดีนัก ทำให้มีการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่อยู่ในเกณฑ์ ซึ่งหลายๆคนคิดว่า การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ใช่เรื่องสำคัญ และเรื่องจำเป็น สุดท้ายก็ละเลยการดูแลตัวเองส่งผลให้มีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมาจนสายเกินกว่าที่จะรักษาจนหาย ดังนั้น วันนี้ เพจ ไดอะเมท ขอเล่าให้ฟังว่า หากควบคุมดูแลรักษาระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี จะส่งผลกับร่างกายอย่างไรบ้าง
ตา อาจเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมหรือต้อกระจก หรือ ที่เรียกกันภาษาชาวบ้านว่า “เบาหวานขึ้นตา” เพราะเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากขึ้น ทำให้หลอดเลือดในจอประสาทตาจะเริ่มมีอาการอักเสบ โป่งพอง และหากทิ้งไว้นานๆจอประสาทตาจะเริ่มขาดเลือด เซลล์ในการรับการมองเห็นถูกทำลายจนเหลือน้อยลง และทำให้การมองเห็นลดลงเรื่อยๆ
ไต เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเป็นเวลานาน จะส่งผลให้หลอดเลือดที่มาเลี้ยงไตมีการเสื่อมลงไปเรื่อยๆ ทำให้ประสิทธิภาพในการกรองของไตลดลง และเกิดโปรตีนรั่วออกมา ทำให้เกิด โรคไตเรื้อรัง
หัวใจ ผู้ป่วยเบาหวาน โดยส่วนใหญ่พบว่ามักจะมี ภาวะความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ได้มากกว่าปกติ ส่งผลให้ผู้ป่วยเบาหวานอาจจะมีโรคหัวใจและหลอดเลือดแทรกซ้อนได้ง่าย และถ้าหากไม่ออกกำลังกาย สูบบุหรี่ มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ อาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจได้มากขึ้นอีกด้วย
ปลายประสาทเสื่อม หรือ อาการชาปลายมือปลายเท้า บ่อยครั้งที่เรามักได้ยินว่า ผู้ป่วยเบาหวานต้องได้รับการตัดขา นั่นมาจาก มีความผิดปกติเกิดขึ้นที่หลอดเลือดส่วนปลาย ซึ่งความผิดปกติที่เกิดขึ้นมาจากน้ำตาลในเลือดที่สูงมานาน ส่งผลให้เส้นเลือดฝอยที่มาเลี้ยงเส้นประสาทถูกทำลาย จึงส่งผลให้ไม่สามารถส่งออกซิเจนไปเลี้ยงเส้นประสาทได้ โดยเฉพาะปลายมือ ปลายเท้า ทำให้เกิดอาการชาตรงปลายมือปลายเท้า ผู้ป่วยเบาหวานจึงไม่มีความรู้สึกตรงส่วนปลายมือปลายเท้า ทำให้เมื่อมีแผลเกิดขึ้นที่เท้า ผู้ป่วยเบาหวานจึงไม่รู้สึกว่ามีแผล ทำให้แผลที่เท้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง เมื่อมาตรวจอีกทีก็พบว่า มีปัญหาแผลลุกลามไปแล้ว จึงส่งผลให้โดนตัดขาในส่วนที่มีแผลเน่าเกิดขึ้น
หลอดเลือดสมอง เช่นเดียวกับอาการแทรกซ้อนอื่นๆหาก น้ำตาลในเลือดสูง ก็จะส่งผลให้หลอดเลือดแดงแข็ง และ ผู้ป่วยเบาหวาน มักมีความดันโลหิตสูง และ ไขมันในเลือดสูงร่วมด้วย หากหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองมีอาการตีบตันมากกว่าปกติ ก็จะส่งผลให้เกิดภาวะโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน และเมื่ออาการตีบตันมากยิ่งขึ้นอาจส่งผลให้เกิด อัมพฤกษ์ หรือ อัมพาตเกิดขึ้นได้
อาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากเบาหวาน มีหลายอาการ ดังที่กล่าวไปข้างต้นไม่ว่า จะเป็น โรคจอประสาทตาเสื่อม โรคไต ชาปลายมือปลายเท้า โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ ถือว่าเป็นโรคที่ค่อนข้างอันตรายมาก ซึ่งโรคเหล่านี้ถือว่าใช้ค่าใช้จ่ายในการรักษาค่อนข้างสูง และใช้งบประมาณของประเทศในการรักษาค่อนข้างมาก ดังนั้นหากลดอาการแทรกซ้อนของเบาหวานได้ก็จะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายของประเทศได้
ต้องบอกก่อนว่าอาการแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้มักจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยเบาหวานที่เป็นโรคนี้เวลานานและไม่สามารถควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ ด้วยสาเหตุดังที่กล่าวไว้ข้างต้นว่ามาจากหลอดเลือดอักเสบ แข็ง หรือ ตีบตัน จึงเห็นได้ว่า การเป็นโรคเบาหวานและไม่ได้รับการดูแลรักษาหรือการให้ความรู้ แล้วดูแลตัวเองไม่ถูกต้อง จึงไม่ใช่เรื่องล้อเล่น แต่ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น กันเลยทีเดียว
หากใครรู้ตัวว่าเป็นเบาหวาน หันมาเริ่มใส่ใจดูแลสุขภาพกันดีกว่าค่ะ ก่อนที่จะสายเกินไป
ที่มา : แนวเวชปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ปี 2560
นักกำหนดอาหารบทความโดย คุณศรีธนภร จิตสอาดกุล (เพชร)
นักกำหนดอาหารวิชาชีพ ให้บริการคำปรึกษาด้านอาหารและโภชนาการผ่านแอปพลิเคชั่น Diamate
สอบถามเพิ่มเติมในการจัดอบรมลดความเสี่ยงโรคเบาหวานหรือโรคอ้วนสำหรับพนักงานหรือผู้บริหารได้ที่ info@diamate.co

Tags: ,