หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เป็นเบาหวานหรือต้องดูแลผู้ป่วยเบาหวาน การดูแลเรื่อง อาหารถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการช่วยดูแลรักษาผู้ป่วยเบาหวานให้ดีขึ้น
แต่ในปัจจุบันพบว่าผู้ป่วยเบาหวานหลายๆคนก็ยังไม่เห็นความสำคัญของอาหาร ยังคงใช้ชีวิตตามใจ ไม่เลือกรับประทานอาหาร โดยบางคนก็ให้เหตุผลว่า ห้ามกินนู่นนี่ ทำไม่ได้ แต่ใครจะรู้ว่าจากงานวิจัยจำนวนมากพบว่า การควบคุมดูแลอาหารสามารถช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีและลดอาการแทรกซ้อนที่อาจจะจะเกิดขึ้นจากโรคเบาหวานได้ ช่วยลดปริมาณยาที่ต้องรับประทานได้ลดลงอีกด้วย ดังนั้นวันนี้เราอยากทำให้การเลือกรับประทานอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวานเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน โดยใช้หลักการโดยหลักการก็จะคล้ายๆอาหารสุขภาพดีทั่วๆไป ซึ่งหลักการให้จำง่ายดังนี้
1. คุม คำว่าคุมในที่นี่คือคุมน้ำหนักไม่ให้น้ำหนักขึ้น แต่ถ้ามีภาวะอ้วนให้ลดน้ำหนักก่อน ซึ่งการคุมน้ำหนักหนือลดน้ำหนัก สิ่งที่สำคัญและจำเป็นคือควบคุมพลังงานที่ได้รับจากอาหาร ซึ่งในแต่ละบุคคลจะมีความต้องการได้รับพลังงานที่ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับน้ำหนักและกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน ถ้าเป็นผู้หญิงโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1,600 กิโลแคลอรี่ ส่วนผู้ชายเฉลี่ยอยู่ที่ 2,000 กิโลแคลอรี่ ซึ่งยังจำเป็นต้องควบคุมสัดส่วนอาหารให้เหมาะสมโดยอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต 50-55% ,ไขมัน 30-35% และโปรตีน 15-20% ของพลังงานที่ควรจะได้รับ
2. ลดหรือจำกัด โดย ลดการรับประทานคาร์โบไฮเดรต เช่นลดการรับประทานข้าว-แป้ง ซึ่งควรรับประทานข้าวไม่ควรต่ำกว่าวันละ 4-6 ทัพพี และลดการเติมน้ำตาลทรายในอาหาร จำกัดไม่เกินวันละ 4 ช้อนชา แบ่งการใช้ออกเป็นวันละ 2-3 ครั้ง และ ลดขนมหวาน เบเกอรี่ และเครื่องดื่มน้ำตาลสูง แต่ถ้าหากต้องการรสหวานบ้างแนะนำให้ใช้ น้ำตาลเทียม นอกจากนี้ พบว่า ผู้ป่วยเบาหวานมักมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้นผู้ป่วยเหล่านี้ จึงควรจำกัดการรับประทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูงเช่น ไขมันจากสัตว์ เนื้อสัตว์ติดมัน เครื่องในสัตว์ กุ้ง ปลาหมึก รวมทั้งไขมันอิ่มตัว เช่นกะทิ น้ำมันปาล์ม ขนมอบกรอบ เบเกอรี่ ด้วยเช่นกัน ส่วนกลุ่มโปรตีน ลดอย่างเดียวคือ ลดการรับประทานเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น กุนเชียง ไส้กรอก โบโลน่า
3. เพิ่ม หลายคนคงอาจจะสงสัยผู้ป่วยเบาหวานรับประทานเพิ่มได้ด้วยหรอ คำตอบง่ายๆคือ เพิ่มการรับประทานกากใยอาหาร โดยควรรับประทานผักให้ได้อย่างน้อย 3-5 ทัพพี และ ผลไม้ประมาณ 2-3 จานเล็ก เน้นให้เป็นผลไม้หวานน้อยและต้องจำเป็นจะต้องคุมปริมาณการรับประทาน เช่น แอปเปิ้ล ฝรั่ง ชมพู่ สาลี่ และเพิ่มธัญพืชไม่ขัดสีหรือขัดสีน้อย เช่น ถั่ว ข้าวโอ๊ต หรือ ข้าวกล้อง
หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้ถึงกับส่ายหน้าบอกไม่ไหว ทำไมถึงห้ามนู่นนี่เยอะขนาดนี้ ซึ่งต้องขอบอกว่ามันเป็นเรื่องจริง ที่ผู้ป่วยเบาหวานพูดเหมือนกันหมดว่าปฏิบัติได้ยากจริงๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ ซึ่งจากการศึกษามาพบว่า ถ้าสามารถควบคุมอาหารหรือดูแลเรื่องอาหารนั้นสามารถทำให้ลดน้ำตาลสะสมลงได้ 0.5-2% ซึ่งสามารถลดได้ใกล้เคียงกับการรับประทานยา ดังนั้นความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น โดยส่วนตัวขอแนะนำว่าควรเริ่มต้นจากสิ่งง่ายๆก่อน ค่อยๆลด หรือเพิ่มบางอย่างเข้าไปในอาหาร เช่น ลดข้าวลงครึ่งนึง ลองหันมารับประทานข้าวกล้อง หากชอบดื่มกาแฟ ชาเขียว น้ำอัดลมก็ลองลดการดื่ม หรือเพิ่มการรับประทานผัก ผลไม้มากขึ้น ถ้าจะรับประทานผักแต่อาหารไม่ค่อยมีผัก ก็อาจจะเป็นแกงจืด ผัดผักก็ได้ ดังนั้นพบว่าใครๆก็ทำได้ค่ะ ไม่ยากเกินความสามารถของคนไทยยุคใหม่ ที่เริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น
นักกำหนดอาหารบทความโดย คุณศรีธนภร จิตสอาดกุล (เพชร)
นักกำหนดอาหารวิชาชีพ ให้บริการคำปรึกษาด้านอาหารและโภชนาการผ่านแอปพลิเคชั่น Diamate
สอบถามเพิ่มเติมในการจัดอบรมลดความเสี่ยงโรคเบาหวานหรือโรคอ้วนสำหรับพนักงานหรือผู้บริหารได้ที่ info@diamate.co

Tags: ,