หลายๆคนมักจะสงสัยว่า ต้องบอกว่าเบาหวานมีหลายประเภท โดยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 คือหนึ่งในนั้น ซึ่งวันนี้จะมาเฉลยว่าโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ก็คือโรคที่มักพบในคนอายุน้อย มีรูปร่างไม่อ้วน มีอาการปัสสาวะมาก กระหายน้ำ ดื่มน้ำมาก อ่อนเพลีย น้ำหนักลด โดยอาจจะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและรุนแรง (มักพบในวัยเด็ก) ซึ่งโรคนี้เกิดจากการขาดฮอร์โมนอินซูลินโดยสิ้นเชิง ดังนั้นต้องรักษาด้วยการฉีดอินซูลินเข้าไปทดแทน ซึ่งมีความแตกต่างกับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มักจะพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40ปี ซึ่งโรคนี้เกิดจากร่างกายมีการดื้อต่ออินซูลิน(ฮอร์โมนออกฤทธิ์ได้ลดลง)และมีการหลั่งฮอร์โมนลดลง มักพบในผู้ใหญ่และผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน ปัจจุบันพบมากในเด็กที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน โดยการรักษาเบาหวานชนิดนี้ สามารถทำได้ด้วยการควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย และให้ยาลดระดับน้ำตาลในเลือดชนิดรับประทาน
แต่ไม่ว่าคุณจะมีอาการเบาหวานชนิดใดก็ตาม เป้าหมายหลักในการดูแลรักษาโรคนี้ก็คือ การควบคุมระดับน้ำตาลให้ได้ตามเป้าหมาย เพื่อป้องกันอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้จากภาวะเบาหวาน และเพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีใกล้เคียงกับคนปกติ โดยเป้าหมายการดูแลรักษาโรคเบาหวานที่แนวทางเวชปฏิบัติโรคเบาหวานปี 2560 กำหนดไว้ดังนี้ ถ้าผู้ใหญ่ที่เป็นโรคเบาหวานมาไม่นาน ไม่มีโรคแทรกซ้อนหรือโรคร่วมอื่น ควรควบคุมให้มีน้ำตาลสะสม HbA1C <7% แต่ถ้าเป็นผู้ป่วยที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำหรือรุนแรง ผู้ป่วยที่มีโรคแทรกซ้อนรุนแรงหรือมีโรคร่วมหลายโรค ควรคุมให้มีน้ำตาลสะสม HbA1C ไม่ควรต่ำกว่า 7%
วิธีการรักษาโรคเบาหวานมีจุดประสงค์เพื่อควบคุมระดับกลูโคสให้ใกล้เคียงกับเกณฑ์มากที่สุด โดยต้องอาศัยทีมผู้เชี่ยวชาญและตัวผู้ป่วยร่วมมือกันรักษา ซึ่งประกอบด้วยหลักดังต่อไปนี้
1.การควบคุมอาหาร ควรรับประทาน คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน อย่างข้าวกล้อง, ธัญพืช, ขนมปังโฮลวีท และงดอาหารที่มีน้ำตาลสูง เน้นรับประทานผักและผลไม้ แต่ควรเลือกผลไม้ชนิดหวานน้อย
2.การออกกำลังกาย จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดเพราะมีการใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้มีระบบหลอดเลือดและหัวใจแข็งแรงขึ้น
3.การให้ยารับประทาน ซึ่งมีหลากหลายกลุ่ม ซึ่งมียาที่ออกฤทธิ์กระตุ้นตับอ่อนให้หลั่งอินซูลินมากขึ้น และร่วมกับยากลุ่มอื่นๆตามสภาวะโรคของผู้ป่วย แต่ถ้าเป็นผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 จะใช้ยาไม่ได้ผลเนื่องจากตับอ่อนไม่สามารถหลั่งอินซูลินได้
4.การฉีดอินซูลิน ซึ่งกรณีของการฉีดอินซูลินจะเป็นการให้ อินซูลินเพื่อทดแทน อินซูลินที่ร่างกายขาดไป โดยจะให้ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 หรือเบาหวานชนิดที่ 2 ในรายที่เป็นมานานแล้วและมีความรุนแรงของโรคมากจนไม่สามารถหายโดยการรับประทานยาเพียงอย่างเดียว
จึงเห็นได้ว่าการรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 1 กับชนิดที่ 2 ต่างกันตรงการใช้ยาและการฉีดอินซูลินเท่านั้น แต่ที่เหลือยังคงไม่แตกต่างกันซึ่ง ความเข้มงวดในการดูแลรักษาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน
Reference: แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2560
Roll up โรคเบาหวาน จากสำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค

 

นักกำหนดอาหารบทความโดย คุณศรีธนภร จิตสอาดกุล (เพชร)
นักกำหนดอาหารวิชาชีพ ให้บริการคำปรึกษาด้านอาหารและโภชนาการผ่านแอปพลิเคชั่น Diamate
สอบถามเพิ่มเติมในการจัดอบรมลดความเสี่ยงโรคเบาหวานหรือโรคอ้วนสำหรับพนักงานหรือผู้บริหารได้ที่ info@diamate.co

Tags: