หลักการเลือกรับประทานอาหารของผู้ป่วยโรคเบาหวานตามหลักโภชนาการดังที่กล่าวในบทความก่อนหน้านี้ จะเน้นคุมปริมาณแคลอรีที่รับประทาน และเน้นให้บริโภคผัก ธัญพืชไม่ขัดสี ผลไม้ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และยังต้องควบคุมปริมาณน้ำตาลที่ใส่ในอาหารอีกด้วย โดยตามหลักแล้ว สามารถเติมน้ำตาลได้ไม่เกิน 4 ช้อนชาต่อวัน ดังนั้นถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่จะต้องปรุงอาหารให้กับผู้ป่วยเบาหวาน เราจะสามารถทำอย่างไรได้บ้าง ให้มีความเหมาะสมกับผู้ป่วยเบาหวานจริงๆ
สิ่งแรกที่เรายังคงยึดเป็นหลักคือ การควบคุมแคลอรี สิ่งที่เราทำได้คือ คุมแคลอรีในมื้ออาหารให้มีความเหมาะสมกับผู้ป่วยโรคเบาหวานจริงๆ ซึ่งในแต่ละมื้ออาจจะโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-500 กิโลแคลอรี (คิดจากพลังงาน 1,200-1,500 กิโลแคลอรี) แต่นอกจากแคลอรีจะเหมาะสม สัดส่วนปริมาณสารอาหารก็ควรจะมีความเหมาะสมด้วยเช่นกัน
ตามหลักแล้ว สารอาหารที่ผู้ป่วยเบาหวานจำเป็นต้องดูแลใส่ใจมากกว่าปกติคือ คาร์โบไฮเดรต เพราะสารอาหารชนิดนี้เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะถูกย่อยเป็นน้ำตาลและถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดจึงมีผลต่อการขึ้นของระดับน้ำตาลในกระแสเลือด แล้วคาร์โบไฮเดรตพบได้ที่ไหน อาหารหลักที่จะพบคาร์โบไฮเดรตคือ อาหารกลุ่มข้าว แป้ง ซึ่งจะพบในข้าว ข้าวไม่ขัดสี เส้นก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง เผือก มัน ฟักทอง แป้งต่างๆที่ใช้ในการประกอบอาหาร ได้แก่ แป้งมัน แป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้า อาหารกลุ่มต่อมาที่พบคาร์โบไฮเดรตคือผลไม้ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น ส้ม สับปะรด แอปเปิ้ล ฝรั่ง และ นมทุกชนิด ดังนั้นการปรุงประกอบอาหารเหล่านี้จะต้องมีความระมัดระวังในเรื่องของปริมาณเป็นอย่างยิ่ง
ในเมื่อผู้ป่วยเบาหวานต้องควบคุมข้าวแป้ง ผลไม้ และนม อาจทำให้ผู้ป่วยเบาหวานไม่อิ่มได้ ดังนั้นเราสามารถเพิ่มเมนูอาหารในกลุ่มผักแทนได้ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผัก ผักต้ม ผัดผัก ต้มผัก ผักสด ได้หมด เนื่องจากผักแทบจะไม่มีแคลอรีและสามารถเพิ่มปริมาณเนื้อสัตว์ได้ โดยเลือกใช้เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน อย่างเนื้อปลา อกไก่ หมูสันนอก แทนได้ เพื่อเพิ่มความอิ่มได้อีกด้วย
สำหรับการปรุงแต่งรสชาติอาหารให้กับผู้ป่วยเบาหวาน จะแนะนำให้อ่อนหวาน อ่อนมัน อ่อนเค็ม ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้
1. เน้นลดเครื่องปรุงรส อย่าง ซีอิ๊วขาว น้ำปลา เกลือ ถ้าจะใช้เกลือ 1 วันก็ไม่ควรเกิน 1 ช้อนชาต่อวัน ถ้าจะใช้ซีอิ๊วขาว ไม่ควรเกิน 3 ช้อนชาต่อวันและควรหลีกเลี่ยงการใช้ผงชูรส ผงปรุงรส เนื่องจากมีโซเดียมสูง
2. การปรุงแต่งรสหวาน ควรงดและคุมการใช้น้ำตาลทราย โดยใน 1 วันไม่ควรใช้น้ำตาลทรายเกิน 6 ช้อนชาต่อวัน แต่เรามีทางเลือกให้กับผู้ป่วยเบาหวาน ถ้าจะปรุงแต่งรสหวาน อาจเลือกใช้น้ำตาลเทียมแทนได้ อย่าง ซูคราโลส แอสปาแทม สารสกัดจากหญ้าหวาน แต่บางคนอาจกังวลเรื่องการใช้น้ำตาลเทียม แต่จากงานวิจัยพบว่า หากใช้น้ำตาลเทียมในปริมาณที่กำหนด จะไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายกับมนุษย์ ซึ่งพบว่าหากเราใช้ในปริมาณ 1-2 ซองต่อวันก็ไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายมนุษย์
3. การทำแกงกะทิ ผู้ป่วยเบาหวานมักมีภาวะไขมันในเลือดสูงร่วมด้วย ดังนั้นการเลือกรับประทานแกงกะทิอาจจะไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน แต่ถ้าหากอยากรับประทานและปรุงเองได้ แนะนำให้ใช้ นมสดพร่องมันเนยหรือกะทิธัญพืชมาเป็นทางเลือกในการปรุงอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
ใครที่ต้องปรุงอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน บทความนี้อาจเป็นช่วยแนะนำวิธีการเลือก ปรุงอาหารที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยเบาหวานได้ บทความต่อไปจะมีตัวอย่างเมนูอาหาร สำหรับผู้ป่วยเบาหวานมานำเสนอกับทุกท่านกันค่ะ
Reference : 1. แนวเวชปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ปี 2560
2.หนังสืออิ่มอร่อย ได้สุขภาพ สไตล์เบาหวาน สำนักโภชนาการ
นักกำหนดอาหารบทความโดย คุณศรีธนภร จิตสอาดกุล (เพชร)
นักกำหนดอาหารวิชาชีพ ให้บริการคำปรึกษาด้านอาหารและโภชนาการผ่านแอปพลิเคชั่น Diamate
สอบถามเพิ่มเติมในการจัดอบรมลดความเสี่ยงโรคเบาหวานหรือโรคอ้วนสำหรับพนักงานหรือผู้บริหารได้ที่ info@diamate.co

Tags: ,